เมื่อวันที่ 30 กรกฏคม 2553 เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลา นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา ได้กล่าวเปิดงาน ?Thailand Travel Fair? (30 กค. ? 1 สค) ซึ่งจัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสิงคโปร์ และการบินไทย ร่วมกับห้างสรรพสินค้า SM Megamall ณ กรุงมะนิลา โดยมีผู้ประกอบการจากประเทศไทย ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาร่วมงาน จุดประสงค์ของงานเพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย และส่งเสริมเชิงพาณิชย์ในธุรกิจท่องเที่ยว
ในการกล่าวเปิดงาน เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย บทบาทของภาครัฐ และ ททท. ที่มีต่อการท่องเที่ยว ตลอดจนแนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้ ชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งของการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยในขณะนี้ การท่องเที่ยวไทยในภาพรวมช่วงครึ่งปีแรก มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยในตลาดฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 24 % แม้ว่าการท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบบางส่วน จากสถานการณ์การเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ได้คลี่คลายและกลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว ประกอบกับมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของรัฐบาล ส่งผลให้มีแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลัง และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีนี้ คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 15.19 - 15.57 ล้านคน ( เพิ่มจากปี2552 ประมาณ 7 ? 9 % ) และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ 5.5 - 5.7 แสนล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากตลาดนักท่องเที่ยว ในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย
บทบาทของภาครัฐ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการทำงานร่วมกันเพื่อ หาแนวทาง และ กำหนดมาตรการ ร่วม เพื่อสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชน อันจะเป็นปัจจัยช่วยแก่การผลักดันให้ธุรกิจการท่องเที่ยวไทยกลับมา และ สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศ เหมือนที่ผ่านมา
แนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยว ในประเทศไทย มีทิศทางที่ค่อนข้างน่าพอใจ เนื่องจากชาวต่างชาติต่างสัมผัสได้ถึง เสน่ห์ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย ว่าเป็นประเทศทีมีสถานที่สวยงาม น่าดึงดูดใจ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวประเภท ภูเขา หรือ ทะเล มีความคุ้มค่าในการจับจ่ายใช้สอย และ ประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี อาทิ การจัดงานแต่งงานใต้มหาสมุทร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทะเลในจังหวัดตรัง ซึ่งมีชาวท่องเที่ยว ทั้งเอเชีย และ ตะวันตกให้ความสนใจจำนวนมาก ตลอดจนการที่ สอง จังหวัดในประเทศไทยได้แก่ กรุงเทพมหานคร และ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการลงมติจากผู้อ่าน นิตยสารเทรเวล แอนด์ เลชเชอร์ (Travel & Leisure ) ซึ่งเป็นนิตยสารด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก อีกด้วย
สำหรับรางวัลเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลก หรือ World?s Best Award ประจำปี 2010 ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
- เชียงใหม่ ประเทศไทย
- ฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี
ทั้งนี้การพิจารณาเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกจะพิจารณาจาก
- สถานที่ ทัศนียภาพ ความสวยงามและร่มรื่น
- ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
- อาหารการกิน
- แหล่งช็อปปิ้ง
- ความเป็นมิตรของผู้คน
- ความคุ้มค่าของเงิน
นอกจากนี้ หน่วยงานการท่องเที่ยวของประเทศสเปน ยังได้จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าเดินทางไป ฮันนีมูน มากที่สุดในโลก เนื่องจากประเทศไทยมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม มีบรรยากาศหลากหลายให้เลือก ประชาชนไทยเป็นมิตรคอยดูแลให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อาหารอร่อย การให้บริการที่ดี ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมที่สะดวกสบาย และคุ้มค่าเงินมากที่สุด
การบรรยายครั้งนี้ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักท่องเที่ยว และบริษัทตัวแทนด้านการท่องเที่ยว (Tourist Agency) ของฟิลิปปินส์ เป็นอย่างมาก ในโอกาสดังกล่าวนี้ เอกอัครราชทูต ได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ซึ่งกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว รวมทั้งแผนการดำเนินงานของรัฐบาลในการสร้างความสมานฉันท์ อย่างยั่งยืนของคนที่มีความเห็นแตกต่างกัน
ในการจัดงานครั้งนี้ มีการแสดงวัฒนธรรม ดนตรี การสาธิตการแกะสลักผลไม้ การเพ้นท์ลวดลายลงบนร่ม ตลอดจนการร้อยพวงมาลัย ซึ่งได้รับความสนใจ อย่างมากจากผู้เข้าร่วมงาน ประมาณ 300 คน นอกจากนี้ยังได้จัดงานเลี้ยงรับรองให้แก่ แขกที่มาร่วมงาน โดยเน้นอาหารไทย และของหวานไทยทั้งหมด ด้วย



















